| |
 |
โลก 360 องศา มีโอกาสได้กลับไปเยือนประเทศอินเดียอีกครั้ง และมุ่งหน้าสู่ดินแดนที่มีคนเรียกร้องให้ทีมงานเดินทางไปมากที่สุดแห่งหนึ่งในรอบ 2-3 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการเดินทางสู่ประเทศอินเดียนั้นนับว่าไม่ใช่เรื่องยากลำบากนักในปัจจุบัน เนื่องจากมีสายการบินที่ให้บริการจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดียทุกวัน แต่เหตุผลที่ทำให้พวกเราไม่ได้เดินทางสู่สถานที่แห่งนี้ก่อนหน้านี้ สาเหตุมาจากเรื่องของความขัดแย้งและความปลอดภัย แต่ทว่าในที่สุดเมื่อตรวจสอบข้อมูลต่างแล้วๆ เราจึงได้เลือกเดินทางกลับไปยังประเทศอินเดียอีกครั้ง และมุ่งหน้าสู่...แคชเมียร์
พวกเราเคยเดินทางสู่ประเทศอินเดียและไปสำรวจเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มุมไบ เชนไน หรือบังกะลอร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการมองหาโอกาสทางธุรกิจ และศึกษาความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศอินเดีย ส่วนเมืองท่องเที่ยวที่เราไปเยือนมาล่าสุดคือ สิกขิม ที่ได้รับการขนานนามว่า เป็น Switzerland of the East และการแวะชิมชาที่ว่ากันว่าเป็นชาดีที่สุดในโลกที่ดาร์จีลิง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ทีมงานประทับใจในความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ จนแอบคิดล่วงหน้าว่า แล้วแคชเมียร์ที่ใครต่อใครต่างพากันพูดถึง และอยากเดินทางไปให้ถึงนั้น จะเป็นอย่างไร |
|
|
การเดินทางสู่แคชเมียร์ในครั้งนี้ของโลก 360 องศา ได้รับการสนับสนุนจาก Jet Airways โดยเส้นทางของโลก 360 องศา คือเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าสู่ง Kolkata และต่อเครื่องบินภายในประเทศจาก Kolkata ไปยัง Srinagar ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางของดินแดนส่วนที่เป็นเรียกกันว่าแคชเมียร์ โดยแคชเมียร์หรือที่ออกเสียงกันเป็นภาษาไทยว่า กัศมีระ มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า จัมมูและแคชเมียร์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย และมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศปากีสถานและสาธารณรัฐประชาชนจีน |
|
พื้นที่ของจัมมูและแคชเมียร์นั้น แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือจัมมูซึ่งเป็นที่ราบทางตอนล่าง ส่วนที่สองคือแคชเมียร์ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ Srinagar หรือที่เรียกกันเป็นภาษาไทยว่า ศรีนาคา หรือ ศรีนคร ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นทะเลสาบ หุบเขา และทิวเขา อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นำพารายได้มาสู่ที่นี่ และส่วนที่สามคือลาดัคที่ถูกขนานนามว่าเป็นทิเบตน้อยนั่นเอง |
ถึงแม้ว่าก่อนการเดินทางสู่แคชเมียร์ในครั้งนี้ เราจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้งและความไม่สงบระหว่างอินเดียและปากีสถานอยู่บ้าง แต่เมื่อเดินทางถึงจุดหมายแล้ว ความงดงามของทัศนียภาพโดยรอบ และ ภูมิประเทศที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจไปกับสิ่งที่ธรรมชาติได้รังสรรค์เอาไว้ การรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มแข็งซึ่งมีให้เห็นทั่วไปตามลักษณะของเขตที่เป็นพรมแดนระหว่างประเทศ รวมไปถึงคำยืนยันจากผู้ดูแลคณะของพวกเราซึ่งเป็นชาวแคชเมียร์แล้ว ทำให้ทีมงานรู้สึกอุ่นใจและแทบจะลืมเรื่องราวที่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนหน้านี้ |
|
ในปัจจุบันนอกจากพื้นที่ของจัมมูและแคชเมียร์จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักแล้ว ผู้คนที่อาศัยอยู่ในแต่ละเขตยังนับถือศาสนาที่แตกต่างกัน บริเวณที่เป็นจัมมูซึ่งอยู่ทางตอนล่าง ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู ในขณะที่ลาดัคนั้นผู้คนราว 70% นับถือศาสนาพุทธ และที่ Srinagar ผู้คนกว่า 90% ของที่นี่เป็นชาวมุสลิม ซึ่งนับเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของแคชเมียร์ |
ถึงแม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ในแคชเมียร์จะนับถือศาสนาอิสลาม แต่ศาสนสถานหรือมัสยิดก็ยังมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากชาวมุสลิมในดินแดนอื่นๆ จึงเป็นสาเหตุให้ทีมงานโลก 360 องศา มีโอกาสได้ไปเยือนหนึ่งในสถานที่สำคัญทางศาสนาคือ มัสยิดจามี (Jami Masjid) ซึ่งเป็นมัสยิดกลาง ที่มีสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์ และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานคู่กับแคชเมียร์ เนื่องจากมัสยิดจามีได้รับการบันทึกไว้ว่าสร้างมาตั้งแต่ราวปลายคริสตศตวรรษที่ 14 จนกระทั่งแล้วเสร็จในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 15 ผ่านการบูรณะมาหลายครั้งด้วย แต่ยังคงลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นแปลกตาเอาไว้ คือมีโครงสร้างเป็นหอคอยทรงพีรามิด และมียอดแหลมคล้ายกับเจดีย์ และได้รับการสันนิษฐานว่าอาจปรับแบบมาจากศาสนสถานเดิมในดินแดนแถบนี้ซึ่งเป็นพุทธและฮินดูผสมกัน นอกจากนี้มัสยิดจามียังมีระเบียงโดยรอบทั้งสี่ด้าน และกึ่งกลางของระเบียงทั้งสี่ด้านจะมีซุ้มประตูทางเข้าที่มีหลังคาทรงพีระมิด ภายในมัสยิดมีเสาขนาดใหญ่มากกว่า 300 ต้น และเมื่อถึงเวลาทำพิธีทางศาสนา ชาวแคชเมียร์ก็จะหลั่งไหลกันมาที่นี่ซึ่งสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน |
นอกจากมัสยิดจามีแล้ว ในศรีนาคายังมีมัสยิดสำคัญอีกแห่งหนึ่ง คือ มัสยิดชาห์ฮามาดัน (Sha Hamadan) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ ลักษณะเป็นตัวอาคารสีเขียวเด่นตระหง่าน ความน่าสนใจของมัสยิดแห่งนี้อยู่ที่การก่อสร้างเพื่อระลึกถึงการเริ่มต้นของศาสนาอิสลามในดินแดนแคชเมียร์ ภายในมัสยิดชาห์ฮามาดันยังประดับประดาไปด้วยงานเปเปอร์มาเช่ที่สวยสดงดงามและมีชื่อเสียงของที่นี่ นอกจากนี้มัสยิดมัสยิดชาห์ฮามาดันยังได้รับการบอกเล่าว่า ไม่มีการใช้ตะปูในการก่อสร้างอีกด้วย |
| |
|
| |
หลังจากเดินทางออกจากศาสนถานสำคัญของแคชเมียร์แล้ว โลก 360 จึงเริ่มเดินทางสำรวจทัศนียภาพของเมือง สภาพภูมิประเทศที่สวยงามและมีเสน่ห์ของแคชเมียร์ดึงดูดให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันอีกแห่งหนึ่งของคนทั่วโลก จนกระทั่งได้รับการขนานนามว่าเป็น Paradise of Asia หรือแม้กระทั่งเป็น Paradise on Earth
และการมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจำนวนมากนับหมื่นคนในแต่ละปี ส่งผลให้ผู้คนในแคชเมียร์ประกอบอาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวตามไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังประกอบอาชีพอื่น ๆ โดยเฉพาะด้านการเกษตร และงานฝีมือที่นับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์และสร้างชื่อเสียงให้กับแคชเมียร์ด้วยเช่นกัน และยังคล้ายกับว่าจะช่วยส่งเสริมภาพของชีวิตที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่งดงามได้อย่างผสมกลมกลืน |
นอกเหนือไปจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างไปจากชาวอินเดียในส่วนอื่น ๆ แล้ว ชาวแคชเมียร์ยังมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างออกไป รูปร่างหน้าตาทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวคลับคล้ายไปทางเปอร์เซีย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะตามประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า มีพ่อค้าซึ่งเป็นมุสลิมเดินทางมาจากแถบเปอร์เซีย และเอเชียกลางมาตั้งรกรากอยู่ในแคชเมียร์นี้ ตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 8 ในสมัยที่แถบนี้ยังถูกปกครองโดยชาวฮินดู และนอกจากหน้าตาที่คมคายแล้ว ชาวแคชเมียร์ค่อนข้างจะเป็นมิตรกับผู้มาเยือน สังเกตได้จากเมื่อพวกเราเดินทางไปยังที่ต่างๆ จะมีรอยยิ้มและเสียงทักทายตอบกลับมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาคุ้นเคยกับการมีนักท่องเที่ยวมาเยือนอยู่เสมอ ๆ ก็อาจจะเป็นได้ |
ความงดงามของแคชเมียร์และมิตรไมตรีของผู้คนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินที่แตกต่างจะเป็นอย่างไร รวมถึงเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจยังรอให้ค้นหา ทางรายการ โลก 360 องศา วันเสาร์ 21:30-22:00 น. ทาง ททบ.5 |
| |
|
|