เลือกชื่อตอน :Kashmir 1 : Kashmir 2 : Kashmir 3
หน้าแรก  
     
 

 

 

Kaskmir 2 : มนต์เสน่ห์แห่งศรีนาคา

     

            ทีมงานโลก 360 องศา เดินทางสู่แคว้นจัมมูและแคชเมียร์ของประเทศอินเดีย ดินแดนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น  Paradise of Asia หรือแม้กระทั่งเป็น Paradise on Earth ด้วยการสนับสนุนของสายการบิน Jet Airways ตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิ จนกระทั่งถึงยัง Srinagar หรือที่เรียกกันเป็นภาษาไทยว่า ศรีนาคา หรือศรีนคร
ศรีนาคาเป็นเมืองหลวงของแคชเมียร์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาของแคชเมียร์  และได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งหุบเขา ทะเลสาบ สายน้ำ สวนดอกไม้ และงานศิลปะ โดยเฉพาะงานที่ผลิตจากไม้ ตามความหมายของชื่อเมืองศรีนาคา หมายถึง เมืองที่มีความรุ่งเรือง และอุดมสมบูรณ์ ถ้าเป็นภาษาบาลีสันสกฤตก็มาจาก คำว่า “ศรี” และ “นคร” นั่นเอง
           นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังแคชเมียร์ จะต้องมายังศรีนาคาก่อนเป็นลำดับแรกแล้วจึงจะเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ จึงทำให้เมืองหลวงของแคชเมียร์แห่งนี้  มีความเจริญด้านต่างๆ โดยเฉพาะถนนหนทางที่แตกต่างไปจากเมืองอื่นๆ ที่อยู่รายรอบ แต่ขณะเดียวกันนั้นก็ซุกซ่อนมนต์เสน่ห์ของความเป็นแคชเมียร์เอาไว้

         

          เมืองศรีนาคารายรอบไปด้วยสวนแบบต่างๆ ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ดอกไม้หลากหลายสีสัน และมีการตกแต่งด้วยน้ำพุ รวมถึงหินอ่อนในรูปแบบแตกต่างกันไป  ซึ่งนอกจากจะสร้างความสวยงามให้กับเมืองแล้ว ยังเป็นสถานที่ให้เหล่านักท่องเที่ยวได้มาชื่นชมความงดงาม และถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นสวนนิชาท (Nishat) หรือว่า สวนชาลิมาร์ (Shalimar) ซึ่งมีความสวยงาม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “อัญมณีแห่งศรีนาคา” 

จุดเด่นสำคัญของศรีนาคาคือ คือ Dal Lake หรือทะเลสาบดาล ซึ่งเป็นทะเลสาบธรรมชาติขนาดใหญ่ และยังเป็นที่ตั้งของ House Boat หรือ “บ้านเรือ” จำนวนหลายร้อยหลัง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่พักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ความเป็นอยู่ของชาวยุโรปในอดีต

          Dal Lake หรือ ทะเลสาบดาล มีพื้นที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่กลางเมืองศรีนาคา เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของเมืองก็ว่าได้ เพราะนักท่องเที่ยวที่มาถึงเมืองนี้แล้ว จะต้องมาที่ Dal Lake เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือ หรือ House Boat ซึ่งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าสนใจตั้งแต่สมัยที่อังกฤษเข้ามาปกครองอินเดีย เนื่องจากในสมัยก่อนนั้นไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดิน ทำให้ชาวอังกฤษคิดสร้าง House Boat ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัย  จนกระทั่งเมื่ออินเดียประกาศเอกราชจากอังกฤษแล้ว เหล่าบ้านเรือทั้งหลายจึงได้รับการปรับปรุงให้กลายเป็นที่พักของนักเที่ยว ได้รับการอนุรักษ์ และเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้

         ประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสพักในบ้านเรือ หรือ House Boat หนึ่งในหลายร้อยลำที่อยู่ในทะเลสาบดาล ทำให้ทีมงานได้สัมผัสถึงความมีเสน่ห์งดงามบนผืนน้ำ การอาศัยอยู่ในบ้านเรือที่ทำด้วยไม้แกะสลักอย่างประณีตเป็นความรู้สึกที่สงบและมีความสุขในอีกรูปแบบหนึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันมาเยือนที่นี่  นอกจากนี้ภายในบ้านเรือ หรือ House Boat ยังมีห้องพักขนาดต่างๆ ให้เลือกตามใจชอบ ราวกับโรงแรมชั้นดีในตัวเมือง และยังมีห้องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร แยกไว้อย่างเป็นสัดส่วน  พร้อมกันนั้นและยังมีดาดฟ้าเรือให้ขึ้นไปชมทัศนียภาพรอบ ๆ ทะเลสาบได้ทั้ง 360 องศา และในเรือแต่ละลำจะมีผู้ดูแลที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกสบายให้แก่แขกที่มาพักเหมือนกับได้อยู่ที่บ้าน ทำให้สามารถจินตนาการไปถึงความสะดวกสบายสมัยที่ชาวอังกฤษอาศัยอยู่ในบ้านเรือเมื่อในอดีตได้เป็นอย่างดี

 
 

          นอกเหนือไปจาก บ้านเรือ หรือ House Boat มนต์เสน่ห์แห่งทะเลสาบดาลแล้ว สิ่งที่อยู่คู่กันและสร้างความประทับใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ ชิคาร่า (Shikara) หรือเรือไม้ที่ทำหน้าที่รับส่งผู้คนจากฝั่งมายังบ้านเรือ  โดยเรือชิคาร่าเป็นเรือไม้ที่มีลักษณะพิเศษ และอยู่คู่กับทะเลสาบดาลมาตั้งแต่อดีต ลักษณะเป็นเรือลำขนาดกะทัดรัด ตกแต่งด้วยสีสันสะดุดตา มีหลังคารูปทรงแตกต่างกันไป และโดยเฉพาะพายรูปหัวใจที่ตวัดน้ำขึ้นลงเหมือนทักทายนั้นชวนให้นักท่องเที่ยวที่พบเห็นอดอมยิ้มไม่ได้เลยทีเดียว

          หลังจากที่พักผ่อนหลับสบายในบ้านเรือมาตลอดทั้งคืน ภารกิจของวันใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นตามคำเชิญชวนของผู้ดูแลคณะซึ่งเป็นชาวแคชเมียร์ ที่เชื้อเชิญให้ทีมงานได้พบกับทัศนียภาพยามเช้าในทะเลสาบดาล เมื่อแสงแรกของวันใหม่ ค่อยๆ ทักทายกับผืนน้ำ รวมไปถึงไม้น้ำนานาพันธุ์ และนกหลากหลายชนิดที่อาศัยอยู่ที่นี่ เป็นภาพที่มีชีวิตชีวาแก่ผู้ได้พบเห็น นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตผู้คนในทะเลสาบที่เริ่มพายเรือออกมาทำกิจกรรมต่างๆ รับวันใหม่ ทั้งเรือดอกไม้ เรือขายของที่ระลึก รวมไปถึงชิคาร่าที่เป็นแนวแถวยาวมุ่งหน้าไปยังสถานที่เดียวกันกับพวกเรา นั่นคือ ตลาดน้ำแห่งทะเลสาบดาล

          ทะเลสาบดาลยามเช้านั้น มีพ่อค้าที่พายเรือมาขายผัก ผลไม้ และดอกไม้ รวมกันอยู่เรือนับร้อยลำ คล้ายกับตลาดน้ำในเมืองไทย ต่างกันที่ตลาดน้ำของทะเลสาบดาลนั้นจะมีแต่พืชผัก ผลไม้ ดอกไม้ เท่านั้น หรือบางครั้งก็อาจมีของที่ระลึกบ้างเพื่อขายให้แก่นักท่องเที่ยวมาที่ยังตลาด แต่ในความเป็นจริงแล้วตลาดแห่งนี้เป็นวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ

          ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ ที่ตลาดน้ำของทะเลสาบดาลนั้นมีแต่พ่อค้าไม่มีแม่ค้า สาเหตุก็เนื่องมาจากการนับถือศาสนานั่นเอง เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้คนในศรีนาคากว่า 90% นั้นเป็นมุสลิม ดังนั้นถ้ามองไปรอบๆ บริเวณที่เรือมารวมกันอยู่เป็นตลาดน้ำนี้แล้ว คงจะมีแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง

          ความงดงามของวิถีชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ มนต์เสน่ห์แห่งศรีนาคาที่ใครมีโอกาสได้ไปเยือนแล้วจะไม่แปลกใจกับการได้รับการขนานนามว่าเป็น Paradise on Earth ภาพความประทับใจ รวมถึงเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจยังรอให้ค้นหา ทางรายการ   โลก  360 องศา  วันเสาร์  21:30-22:00  น.  ทาง ททบ.5