ทะเลทรายซาฮาร่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ทิวเขาแอตลาสที่ทอดยาวสุดสายตา ศิลปะแขกมัวร์อันเก่าแก่และสวยงาม จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากโมร็อคโค และเป้าหมายปลายทางของโลก 360 องศาในครั้งนี้ ก็ต้องบอกว่า เรามาจรดองศากันที่ดินแดนที่เรียกได้ว่า สุดขอบทวีปแอฟริกาตอนเหนือเลยทีเดียว ซึ่งก็ต้องบอกว่านี่คืออีกหนึ่งประเทศที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว |
ชื่อของประเทศโมร็อคโคนั้น มีรากศัพย์มาจากภาษาอาหรับที่ว่า “ อัลมักริบ ” ( Al-Maghrib ) ซึ่งแปลว่าทิศตะวันตก และหากจะมองจากแผนที่ควบคู่กันไปแล้ว เราก็จะเห็นได้ว่าประเทศโมร็อคโคนั้น ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ทางด้านทิศตะวันตกนั้นติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ที่ทอดตัวยาวไปจรดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยผ่านช่องแคบยิบรอนตาร์ ส่วนทางด้านทิศตะวันออกนั้น มีเทือกเขาแอตลาสที่ทอดตัวยาวจากเหนือลงสู่ใต้ และทะเลทรายซาฮาร่าที่แห้งแล้งและกว้างใหญ่สุดสายตา |
หากเอ่ยถึงภาพยนตร์เรื่อง Casablanca นั้น เชื่อเหลือเกินว่าใครที่มีอายุหน่อย ก็น่าจะรู้จักภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะนี่คือภาพยนตร์ที่สามารถกวาดรางวัลตุ๊กตาทองได้ถึง 3 รางวัลในปี 1943 และทำให้เมืองคาซาบลังก้านั้นมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในฐานะเมืองตากอากาศที่สวยงามและโรแมนติก |
ในปัจจุบันนี้ คาซาบลังก้าคือเมืองท่าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโมร็อคโค และยังเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และจำนวนประชากรหนาแน่นที่สุด จึงทำให้ใครหลายคนนั้น อาจเข้าใจผิดคิดว่าคาซาบลังก้านั้น คือเมืองหลวงของประเทศโมร็อคโค แต่แท้จริงแล้วเมืองหลวงของโมร็อคโคก็คือกรุงราบัต |
|
ในความเจริญที่ทวีขึ้นอย่างรวดเร็วในคาซาบลังก้านั้น ก็มิอาจทำให้มนต์เสน่ห์ของคาซาบลังก้าเสื่อมคลายลงแต่อย่างใด ที่นี่นั้นยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสวยงามให้ได้ชื่นชมกันอย่างที่ มัสยิดกษัตริย์ฮัสซันที่ 2
ความพิเศษของมัสยิดแห่งนี้ก็คือ การเป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโมร็อคโค และมากไปกว่านั้น นี่คือมัสยิดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลกเลยทีเดียว และอีกหนึ่งจุดเด่นของที่นี่นั้นก็คือ การมีหอกระจายเสียง หรือที่เรียกเป็นภาษาอาหรับว่า มินาเร่ ( Mineret ) ที่สูงถึง 210 เมตร ภายในมัสยิดนั้นสามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน และหากจะนับรวมกับพื้นที่ด้านนอกแล้วนั้น ก็ต้องบอกว่าสามารถรองรับคนได้ถึง 80,000 คนเลยทีเดียว |
หากจะวิเคราะห์ถึงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศโมร็อคโคนั้น ก็ต้องบอกว่านี่คือจุดเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งหากจะย้อนไปในประวัติศาสตร์นั้น ที่นี่คือเส้นทางการค้าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นการค้าทาส และยังรวมไปถึงการเข้ามาของชนชาติยุโรปและอาหรับ ที่นำมาซึ่งอิทธิพลต่างๆ ที่ยังคงปรากฏให้เราเห็นได้จนถึงปัจจุบันนี้ |
ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานสักเพียงใด แต่ที่ประเทศโมร็อคโคนั้นก็ยังมีอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้อย่างเหนียวแน่น นั้นก็คือวัฒนธรรมของชาว เบอร์เบอร์ ( Berber Tribe ) ซึ่งตามบันทึกทางประวัติศาสตร์นั้นได้บันทึกไว้ว่า ชาวเบอร์เบอร์นั้น คือชนกลุ่มแรกที่ตั้งรกรากอยู่ในดินแดนแถบนี้ แม้จะผ่านการรุกรานและการเข้ามาของชนกลุ่มต่างๆ หากแต่ว่าก็ไม่อาจทำให้วัฒนธรรมของชาวเบอร์เบอร์นั้นสาบสูญไปแต่อย่างใด สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างนั้น หากจะมีก็เพียงแต่การนับถือศาสนาและภาษาที่ใช้สื่อสารเท่านั้น แต่สิ่งที่ยังคงดำเนินจากอดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นก็คือ วิถีชีวิตที่เรียบง่ายและพอเพียง ที่ไม่ว่ากระแสของสังคมจะเปลี่ยนไปมากน้อยเพียงใด แต่ชาวเบอร์เบอร์ส่วนมากก็ยังคงพอใจในวิถีชีวิตของตน |
ประเทศโมร็อคโคนั้นได้รับเอกราชจากประเทศฝรั่งเศสในปี 1946 และได้สถาปณาราชอาณาจักรโมร็อคโคขึ้นในสมัยของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 แห่งราชวงศ์ อลาวี ( Alawi ) และปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยมีกษัตริย์องค์ปัจจุบันคือ สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 |
ส่วนในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโมร็อคโคและประเทศไทยนั้น ก็มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน แต่ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการนั้น ก็ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 16 ปีที่แล้ว เมื่อทั้งสองประเทศได้มีการจัดตั้งสถานทูตและมีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตระหว่างกัน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศก็ดำเนินมาด้วยดีตลอด |
และในโอกาสนี้ กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำประเทศโมร็อคโค Mr.Younes Laraqui ก็ได้จัดให้มีโครงการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในประเทศโมร็อคโค ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้มีการนำเอกลักษณ์และศิลปะวัฒนธรรมของไทย อย่างเช่นอาหารไทยและการแสดงนาฏศิลป์ไทย ไปจัดแสดงตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของโมร็อคโค ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวโมร็อกโคและนักท่องเที่ยวที่สนใจอย่างมากทีเดียว ติดตามรับชมได้ในรายการ “โลก 360 องศา” เวลา 21.30 น. ทาง ททบ.5 |
| |