| |
|
เมื่อปลายปี 2552 ที่ผ่านมา กลางกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้มีการจัดงานระดับโลกที่นับเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยจากทั่วโลก พากันมุ่งหน้าสู่กรุงโซล รวมไปถึงทีมงานโลก 360 องศา ด้วยเช่นกัน ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักว่าการกรุงโซล และองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยตลอดเส้นทางจากสนามบินสุวรรณภูมิจนกระทั่งถึงสนามบินอินชอนของเกาหลีใต้นั้น ทีมงานได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจาก Korean Air ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของประเทศเกาหลีใต้ กลางกรุงโซลในบริเวณที่เรียกว่า Gwanghwamun Square หรือ จตุรัสกวังฮวามุน ถูกเนรมิตขึ้นเพื่อที่จะใช้จัดงาน Seoul Snow Jam และ FIS Snowboard World Cup Big Air ซึ่งเป็นการแข่งขันสโนว์บอร์ดที่ได้รับการรับรองจาก FIS หรือ International Ski Federation ให้เป็นหนึ่งในสนามเก็บคะแนนสะสมระดับโลก โดยทางสำนักว่าการกรุงโซลมุ่งหวังที่จะให้จตุรัสกวังฮวามุนนั้นเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงโซล |
|
|
การจัดเตรียมการแข่งขัน FIS Snowboard World Cup Big Air ดำเนินไปอย่างละเอียดรอบคอบ มีมาตรฐานสมกับการเป็นการแข่งขันระดับโลก มีการก่อสร้างสถานที่ทางด้านทิศเหนือของจตุรัส เพื่อที่จะใช้เป็นสนามในการแข่งขันสโนว์บอร์ด โดยเนรมิตแท่นสตาร์ทที่มีความสูงถึง 34 เมตร และมีความยาวถึง 100 เมตร พร้อมกับปกคลุมไปด้วยหิมะ และก่อนการแข่งขันจะเกิดขึ้น ทางทีมงานของผู้จัดการแข่งขันทั้งจากสำนักว่าการกรุงโซล และ FIS ต่างก็ส่งเจ้าหน้ามาคอยดูแลความเรียบร้อย รวมไปถึงความปลอดภัยของสนามที่ใช้แข่งขันเพื่อให้ได้มาตรฐานสมกับเป็นการแข่งขันระดับโลก นอกจากนี้บริเวณเดียวกันยังมีการเนรมิตลานสเก็ตน้ำแข็งขึ้นใหม่อีก 2 ลาน โดยมีขนาด 400 ตารางเมตร และขนาด 600 ตารางเมตร เพื่อที่จะให้ชาวเกาหลี และนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานในกิจกรรมฤดูหนาวของกรุงโซลในครั้งนี้ ได้สนุกสนานกับเล่นสเก็ตน้ำแข็งอีกด้วย |
| ก่อนหน้านี้ในการพิจารณาคัดเลือกสนามการแข่งขันสโนว์บอร์ดระดับโลก ล้วนแล้วแต่ถูกจัดให้มีขึ้นในเมืองสำคัญๆ ในทวีปยุโรป ไม่ว่าจะเป็น London, Stockholm หรือ Barcelona ดังนั้นการได้รับการคัดเลือกของกรุงโซลให้เป็นสถานที่ในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ จึงถูกคาดหวังว่าจะช่วยผลักดันให้เมือง Pyeongchang ของประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการคัดเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 2018 |
การแข่งขัน FIS Snowboard World Cup Big Air ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากนักสโนว์บอร์ดชั้นแนวหน้าของโลกเข้าร่วมการแข่งขันกันอย่างคับคั่ง ลีลาของแต่ละคนก็ไม่สร้างความผิดหวังให้กับเหล่าบรรดาผู้ที่ชื่นชอบกีฬาสโนว์บอร์ดทั้งหลายที่ต่างก็พากันจดจ่อกับการแข่งขันในครั้งนี้ และนับเป็นอีกครั้งหนึ่งของการประชันฝีมือของนักสโนว์บอร์ดชั้นแนวหน้าของโลก ไม่ว่าจะเป็น Stefan Gimpl จาก ออสเตรีย, Gian-Luca Cavigelli จาก สวิสเซอร์แลนด์, Eero Ettala และ Markku Koski จาก ฟินแลนด์ รวมทั้ง Tim Humphreys จากสหรัฐอเมริกา |
| |
|
| |
พิธีเปิดงาน Seoul Snow Jam ในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นด้วยการจุดคบเพลิงดิจิตอลของตัวแทนจากประเทศเกาหลีใต้ และ FIS ซึ่งร่วมมือกันจัดงานในครั้งนี้นั่นเอง และหลังจากพิธีเปิดงานผ่านพ้นไปแล้ว ก็เป็นการโชว์ลีลาการเล่นสกี และสโนว์บอร์ด ซึ่งเป็นโชว์ชุดพิเศษที่ทางเจ้าภาพจัดขึ้นเพื่อที่จะแสดงให้เห็นศักยภาพในการจัดงานของกรุงโซล และในที่สุดเวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ และลุ้นระทึก สังเกตได้จากสีหน้าท่าทางของผู้ชมรอบสนาม รวมไปถึงลีลาผาดโผนของนักสโนว์บอร์ดชั้นนำของโลกที่ต่างพากันงัดทีเด็ดออกมาอวดกันสร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้กับผู้คนรอบสนามเลยทีเดียว |
จนกระทั่งในที่สุดก็ถึงการแข่งขันในรอบสุดท้าย และผู้ชนะที่เป็นแชมป์ของสนามนี้นั่นก็คือ Gian-Luca Cavigelli จาก ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งมีการจัดพิธีมอบรางวัลอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางสักขีพยานชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมการแข่งขัน และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นที่จตุรัสกวังฮวามุน ซึ่งต้องบอกว่าไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่รอยยิ้มและสีสันของความสุขจริงๆ |
หลังจากได้ร่วมฉลองชัยชนะกับแชมป์ FIS Snowboard World Cup Big Air ในครั้งนี้กันไปแล้ว ทีมงานก็เริ่มออกไปเก็บภาพสวยๆ จากงาน 2009 Seoul Festival of Lights ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องจากการแข่งขัน Snowboard
ในสถานที่เดียวกันคือจตุรัสกวังฮวามุน และยังเป็นสถานที่เค้าท์ดาวน์ของชาวเกาหลีใต้อีกด้วย |
การจัดงาน Seoul Festival of Lights นั้นได้เนรมิตจตุรัสกวังฮวามุน ให้มีสีสันต่างๆ ที่ถ่ายทอดความเป็นเกาหลีทั้งหมดรวมกันไว้ที่นี่โดยจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 ส่วน โดยพื้นที่ส่วนต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวแตกต่างกันออกไปด้วยการใช้แสงในการแบ่งพื้นที่ค่ะ ได้แก่ แสงแห่งอดีต บอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์เกาหลีกว่า 600 ปี ที่ผ่านมาค่ะ แสงแห่งศิลปวัฒนธรรม ซึ่งรวบรวมเรื่องราวทางศิลปวัฒนธรรมอันโดดเด่นของเกาหลีมาจัดแสดง แสงแห่งการสื่อสาร จัดแสดงเทคโนโลยีของเกาหลี และมีการฉายภาพยนตร์ไปยังผนังของตึกซึ่งใช้แทนจอภาพยนตร์นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ยังมีแสงแห่งการสร้างสรรค์ คือการนำเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยี มาประยุกต์รวมกันเพื่อเป็นความหวังของวันพรุ่งนี้ และสุดท้ายคือ แสงแห่งความสงบสุขซึ่งเป็นตัวแทนของความสุขในเทศกาลปีใหม่ที่มาถึงของชาวเกาหลีนั่นเอง |
|
การจัดงาน Seoul Festival of Lights ในครั้งนี้นะคะ ก็เป็นการรวบรวมเอาเหล่าบรรดาครีเอทีฟชาวเกาหลี มาร่วมกันออกแบบการจัดงานครั้งนี้ให้เกิดขึ้น เพื่อที่จะเป็นที่จะจัดขึ้นในทุกๆ ปี และคาดหมายว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ให้เลือกมานับถอยหลังการเข้าสู่ปีใหม่กันที่จัตุรัสกวังฮวามุน กลางกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ |
|
นักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ นั่นก็คือกลุ่มนักท่องเที่ยวจากแถบอาเซียนนั่นเอง อันเนื่องมาจากว่าระยะเวลาในการเดินทางที่ไม่นานนัก และประเทศในแถบอาเซียนนั้นก็ไม่มีประเทศใดที่มีหิมะ ซึ่งนับเป็นจุดดึงดูดการท่องเที่ยวที่สำคัญของงานนี้ และนับเป็นการลงทุนที่ถือว่าใช้เม็ดเงินไปจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวในการเนรมิตเมืองในครั้งนี้ของกรุงโซล แต่ก็นับว่าสวยงาม น่าประทับใจ และเต็มไปด้วยสีสันแห่งความสุขจริงๆ ภาพแห่งความสุขเหล่านั้น ติดตามชมได้ในรายการ โลก 360 องศา วันเสาร์ 21:30-22:00 น. ทาง ททบ.5 |
| |
|