เมื่อพูดถึงมาเก๊า คนส่วนใหญ่จะนึกถึงการเป็นศูนย์กลางของคาสิโนระดับโลก นึกถึงตึกสูงใหญ่ หรือนึกถึงภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับเจ้าพ่อและกลเกมเซียนพนัน ซึ่งก็คงไม่แปลกแต่อย่างใด หากจะนึกถึงสิ่งเหล่านั้นเป็นอันดับแรกๆ เพราะที่ผ่านมามาเก๊าให้ความสำคัญกับการเป็นศูนย์กลางคาสิโนมาโดยตลอด ดังนั้นการมาที่มาเก๊า หากไม่ได้มาเพื่อการพนันโดยเฉพาะ แล้วมาเก๊ามีอะไรน่าสนใจนอกเหนือจากนั้น
มาเก๊าหรือที่มีชื่อเต็มว่า เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน คือเกาะเล็กๆซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกาะฮ่องกงและมีพื้นที่ติดกับเมืองจูไห่ของประเทศจีน ที่นี่มีขนาดพื้นที่เพียง 28 ตารางกิโลเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ของเกาะฮ่องกง มาเก๊าจะมีขนาดเล็กกว่า 40 เท่า และเล็กกว่า 23 เท่าเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ ซึ่งด้วยความที่มีขนาดเล็กนี่เอง ในอดีตมาเก๊าจึงมีรายได้จากอุตสาหกรรมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ในปัจจุบันธุรกิจที่สร้างรายได้ให้ที่นี่มากที่สุดคือ ธุรกิจคาสิโน อันเนื่องมาจากมาเก๊ามีนโยบายจัดตั้งให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการลงทุนอย่างเสรี จึงทำให้ธุรกิจคาสิโนสามารถดำเนินกิจการได้โดยไม่มีเงื่อนไขทางกฏหมายเข้ามาควบคุมมากนัก ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลทางเศรษฐกิจในปัจจุบันพบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจคาสิโนจากลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีแน้วโน้มที่จะเข้ามาตั้งกิจการเพิ่มขึ้นในมาเก๊า อย่างไรก็ตามทีด้วยความที่มาเก๊าเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส จึงทำให้ที่นี่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ มีส่วนผสมระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและวัฒนธรรมเอเชีย ซึ่งผสมผสานอย่างลงตัวและหาชมได้ไม่กี่แห่งในย่านเอเชีย จึงทำให้ที่นี่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่มากจากฮ่องกง จีน และญี่ปุ่น และจากข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวมาเก๊าระบุว่า ในปี 2010 ที่ผ่านมา มาเก๊ามีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่นี่ถึงกว่า 25 ล้านคน
ถึงแม้ว่ามาเก๊าจะเต็มไปด้วยสีสันของความทันสมัย แต่ที่นี่ยังมีสถานที่เก่าแก่และมีเรื่องราวเล่าขานเป็นตำนานที่น่าสนใจคือที่วัดอาม่าหรือคนไทยรู้จักกันในชื่อวัดเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งวัดแห่งนี้คือศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญของชาวมาเก๊า นอกจากนั้นแล้วที่นี่ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะที่นี่มีความเชื่อกันว่าหากมาเยือนมาเก๊าแล้วไม่ได้มาที่นี่แสดงว่ามายังมาไม่ถึงมาเก๊า ซึ่งจากตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา เมื่อนานมาแล้ว มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ “หลิงม่า” ขออาศัยเรือชาวประมงเพื่อข้ามฝั่งจากฟูเจี้ยนมายังที่นี่
แต่ปรากฏว่าตลอดทางก็เจอกับพายุ เลยทำให้เรือหลายลำจมลง แต่เรือที่เธอโดยสารมา กลับรอดพ้นและเดินทางมาถึงฝั่ง ทันทีที่หลิงม่าก้าวเท้าเหยียบฝั่ง เธอจึงลอยตัวขึ้นและหายไปบนท้องฟ้า ชาวประมงที่นี่จึงเชื่อกันว่า เธอคือเทพธิดาแห่งท้องทะเล และพากันเรียกชื่อเกาะแห่งนี้ว่า “อาม่าเกา” หรืออ่าวของอาม่า ต่อมาภายหลัง ที่นี่จึงถูกเรียกชื่อเพี้ยนไปจากเดิม คือจากอาม่าเกา กลายมาเป็นมาเก๊าในปัจจุบันนั่นเอง ซึ่งการมาเยือนสถานที่แห่งนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาขอพรจากเจ้าแม่อาม่า โดยมีความเชื่อกันว่าธูปที่ใช้สำหรับขอพรยิ่งใหญ่และยิ่งยาวก็จะยิ่งเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ตรงข้ามกับวัดอาม่าเป็นที่ตั้งของพิพิธพัณฑ์ทางทะเล ซึ่งภายในจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเดินเรือและอาชีพการประมงในมาเก๊า อาชีพที่เก่าแก่ที่สุดของผู้คนที่นี่ เพราะทุกวันนี้ชาวมาเก๊าส่วนใหญ่หันมาทำอาชีพค้าขาย และคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่เข้าไปทำงานในคาสิโน เพราะมีรายได้ที่ดีและมีความมั่นคงกว่า
ในยุคสมัยของการล่าอาณานิคม มาเก๊าคือดินแดนหนึ่งที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญทางทะเล จึงทำให้ที่นี่เป็นเป้าหมายของชาตินักล่าอาณานิคมมากมาย แต่ชาติที่มีบทบาทมากที่สุดคือโปรตุเกส เพราะสามารถเข้ามาบุกเบิกการค้าและความสัมพันธ์กับจีนได้เป็นชาติแรก ซึ่งจีนในขณะนั้นประสบปัญหาโจรสลัดในน่านน้ำของตน และโปรตุเกสสามารถปราบโจรสลัดได้ จีนจึงต้องยกดินแดนมาเก๊าให้แก่โปรตุเกสปกครอง แต่มาเก๊ามีสถานะที่แตกต่างไปจากดินแดนอาณานิคมอื่นๆของโปรตุเกส เพราะมีสถานะเป็นจังหวัดจึงทำให้ที่นี่ได้รับสิทธิและเสรีภาพในการปกครอง โดยมีข้าหลวงจากโปรตุเกสเข้ามาบริหาร ส่งผลให้มาเก๊าได้รับอิทธิพลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการปกครอง การวางระบบผังเมือง การออกแบบสถาปัตยกรรมและการรับเอาคริสต์ศาสนาเข้ามาเผยแพร่ในดินแดนแห่งนี้
กว่าครึ่งหนึ่งของชาวมาเก๊านับถือศาสนาพุทธ ส่วนที่เหลือคือไม่นับถือศาสนาใดๆ และนับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งคริสต์ศาสนาในมาเก๊าในอดีตเคยมีความรุ่งเรืองถึงขีดสุด เพราะในปัจจุบันที่นี่ยังคงมีโบสถ์เก่าแก่หลงเหลืออยู่มากมาย แต่ที่มีความสำคัญที่สุดคือโบสถ์เซนต์ปอล สัญลักษณ์ที่สำคัญของมาเก๊า ในอดีตนั้นโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนา ซึ่งว่ากันว่าเป็นแห่งแรกสุดในทวีปเอเชีย แต่โบสถ์แห่งนี้ก็ถูกทำลายลงเพราะเกิดเพลิงไหม้ จนทำให้เหลือเพียงซากอาคารส่วนที่เป็นผนังเท่านั้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงไม่พลาดที่จะต้องมาถ่ายรูปคู่กับโบสถ์แห่งนี้ ในปัจจุบันโบสถ์เซนต์ปอลได้ขึ้นทะเบียนเป็น 1 ใน 25 สถานที่มรดกในมาเก๊า
เพียงไม่กี่สถานที่ที่เราหยิบยกมานำเสนอ น่าจะพอทำให้เห็นแล้วว่า มาเก๊าไม่ได้มีดีแค่เพียงเรื่องของคาสิโนเท่านั้น แต่การได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของดินแดนแห่งนี้ ผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ก็ทำให้เราเข้าใจมาเก๊าในอีกมุมมองหนึ่งมากขึ้น หากแต่ว่ามาเก๊ายังมีสถานที่น่าสนใจและมีประเด็นอีกมากมายให้ได้ค้นหา และโปรดติดตามชมเรื่องราวของมาเก๊าได้ในรายการโลก 360 องศา ทุกวันเสาร์ 3 ทุ่มครึ่งทาง ททบ. 5 ตลอดเดือนกันยายนนี้ |